ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา DW

ราคาของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ หรือ DW อาจมีการเปลี่ยนเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นการ Leverage เหมือนตราสารอนุพันธ์ทั่วไป ผู้ลงทุนจึงควรเข้าใจปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อราคาของ DW โดยปัจจัยที่สำคัญมีดังต่อไปนี้

 

อุปสงค์และอุปทานของตลาด

อุปสงค์และอุปทานหรือความต้องการซื้อขาย DW ของตลาดจะส่งผลต่อราคา DW ที่ซื้อขาย โดยความต้องการซื้อจากผู้ลงทุนที่สูงจะส่งผลให้ราคาของ DW มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ในทางตรงข้ามหากมีความต้องการขายจากผู้ลงทุนสูงย่อมส่งผลผลักดันให้ราคาของ DW มีการปรับตัวลดลง

 

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาตามทฤษฎีของ DW

ราคาสินทรัพย์อ้างอิง

การเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์อ้างอิงจะส่งผลต่อราคา DW ดังนี้

  • ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ประเภทสิทธิในการซื้อ (Call DW): หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงปรับตัวสูงขึ้น ราคา Call DW จะมีมูลค่าสูงขึ้นตาม ในทางกลับกันหากราคาสินทรัพย์อ้างอิงปรับตัวลดลงราคา Call DW จะมีมูลค่าลดลง
  • ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ประเภทสิทธิในการขาย (Put DW): หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงปรับตัวสูงขึ้น ราคา Put DW จะมีมูลค่าลดลง ในทางกลับกันหากราคาสินทรัพย์อ้างอิงปรับตัวลดลง ราคา Put DW จะมีมูลค่าสูงขึ้น

 

ราคาใช้สิทธิ

การเปลี่ยนแปลงของราคาใช้สิทธิจะส่งผลต่อราคาใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ดังนี้

  • ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ประเภทสิทธิในการซื้อ (Call DW): หากราคาใช้สิทธิปรับตัวสูงขึ้น ราคา Call DW จะมีมูลค่าลดลง ในทางกลับกันหากราคาใช้สิทธิปรับตัวลดลง ราคา Call DW จะมีมูลค่าสูงขึ้น
  • ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ประเภทสิทธิในการขาย (Put DW): หากราคาใช้สิทธิปรับตัวสูงขึ้น ราคา Put DW จะมีมูลค่าสูงขึ้น ในทางกลับกันหากราคาใช้สิทธิปรับตัวลดลง ราคา Put DW จะมีมูลค่าลดลง

 

ความผันผวนของผลตอบแทนของสินทรัพย์อ้างอิง

การเปลี่ยนแปลงความผันผวนของผลตอบแทนของสินทรัพย์อ้างอิงจะส่งผลต่อราคาใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ โดยความผันผวนที่เพิ่มมากขึ้นจะส่งผลให้ราคาของทั้ง Call DW และ Put DW ปรับตัวลดลง

 

ระยะเวลาคงเหลือ

การเปลี่ยนแปลงระยะเวลาคงเหลือจะส่งผลต่อราคาใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ โดยระยะเวลาคงเหลือที่ลดลงจะส่งผลให้ราคาของทั้ง Call DW และ Put DW ปรับตัวลดลง

 

อัตราดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยจะส่งผลต่อราคาใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ดังนี้

  • ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ประเภทสิทธิในการซื้อ (Call DW): เนื่องมาจากการซื้อ Call DW ใช้เงินซื้อน้อยกว่าการซื้อหุ้นอ้างอิงโดยตรง ดังนั้น หากอัตราดอกเบี้ยไร้ความเสี่ยงสูงขึ้น ค่าเสียโอกาสในการซื้อหุ้นโดยตรงก็จะมากขึ้น ดังนั้น ผู้ลงทุนยินดีจะจ่ายค่าซื้อ Call DW ในราคาแพงขึ้น จึงทำให้ Call DW ในการซื้อมีมูลค่ามากขึ้น และถ้าอัตราดอกเบี้ยไร้ความเสี่ยงต่ำลง มูลค่า Call DW จะลดลง
  • ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ประเภทสิทธิในการขาย (Put DW): เนื่องมาจากการซื้อ Put DW โดยทั่วไป หากอัตราดอกเบี้ยไร้ความเสี่ยงสูงขึ้น ก็เปรียบเสมือนว่า มูลค่าปัจจุบันของราคาใช้สิทธิจะลดต่ำลง ซึ่งเปรียบเสมือนการขายล่วงหน้าผ่านการใช้สิทธิแบบสิทธิในการขาย จะทำให้ได้ยอดขายล่วงหน้าลดลง ดังนั้น มูลค่าของ Put DW จะมีมูลค่าลดลง และถ้าอัตราดอกเบี้ยไร้ความเสี่ยงต่ำลง มูลค่า Put DW จะเพิ่มขึ้น

 

เงินปันผลหรือผลตอบแทนจากการถือครองสินทรัพย์อ้างอิง

การจ่ายเงินปันผลหรือผลตอบแทนของสินทรัพย์อ้างอิง ย่อมจะส่งผลให้ราคาสินทรัพย์อ้างอิงปรับตัวลดลง ซึ่งหากมีการปรับสิทธิจากการจ่ายเงินปันผลหรือผลตอบแทนของสินทรัพย์อ้างอิงเต็มจำนวน จะไม่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ซึ่งเป็นไปตามร่างข้อกำหนดสิทธิฉบับหลัก อย่างไรก็ดี ในกรณีที่มีการกำหนดให้แตกต่างไปจากร่างข้อกำหนดสิทธิหลัก กล่าวคือ ไม่มีการปรับสิทธิ หรือมีการปรับสิทธิเพียงบางส่วน เช่น การปรับสิทธิเฉพาะกรณีเงินปันผลพิเศษเป็นต้น ก็จะส่งผลต่อราคาใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ได้